พลังของ Social Commerce
Written by Administrator

โมเดลธุรกิจบนโลกออนไลน์ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเข้ามาเป็นตัวเสริมธุรกิจที่มีอยู่เดิม หรือ จะเป็นธุรกิจใหม่บนโลกออนไลน์
จากพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกที่อาศัยสื่อออนไลน์ ในการค้นหาข้อมูล อ่านความคิดเห็น ก่อนที่จะเลือกซื้อสินค้าและบริการ จากสถิติในเมืองไทยก็เช่นเดียวกัน ก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ผู้บริโภคส่วนมากมักอาศัยสื่อออนไลน์เป็นตัวช่วย
Social Commerce เป็นตลาดที่โตอย่างรวดเร็ว และให้กำไรงดงาม เมื่อกล่าวถึง Social Commerce บางท่านอาจจะสงสัยว่า หมายถึงอะไรกัน เราสามารถเรียกได้ง่ายๆ ว่าเป็นหนึ่งใน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Commerce) ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ แนวคิดของ Social Commerce ถูกพัฒนาขึ้นมาจาก อีคอมเมิร์ซไซต์ ที่อาศัย ผู้ใช้บริการ ช่วยเป็นสื่อโฆษณา ช่วยรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้รายอื่น เพื่อช่วยตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า และบริการ
ตัวอย่างที่เห็นกันง่ายๆ ของ Social Commerce คือ การให้คะแนนจากลูกค้าที่เคยใช้สินค้า รีวิวสินค้า การวิจารณ์และแนะนำสินค้า ที่เห็นอยู่ได้บ่อยๆ ตามไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคเลือกใช้สื่อออนไลน์ ในการค้นหาข้อมูลก่อนทำการเลือกซื้อสินค้าและบริการมากขึ้นอย่างทุกวันนี้
Social Commerce ถือเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ต่างกับเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ ที่ต้องใช้เวลานานหลายปี กว่าจะมีผู้ใช้อย่างแพร่หลาย แต่เพียงปีสองปีก่อนหน้านี้ facebook, You Tube และ twitter อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูนัก ต่างจากปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสื่อออนไลน์เท่านั้น กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว
การให้บริการออนไลน์แบบ One deal a day หรืออาจจะเรียกว่า deal-of-the-day เป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างยักษ์ใหญ่บนโลกออนไลน์ในยุคนี้ ลักษณะการให้บริการเป็นการเสนอขายสินค้า โดยมีเวลาจำกัดภายใน 24 ชั่วโมง บางเว็บไซต์ทำธุรกิจแบบนี้โดยเฉพาะ บ้างก็ใช้เสริมจากการขายสินค้าออนไลน์แบบดั้งเดิม
แนวความคิดโมเดลธุรกิจนี้เริ่มบนโลกอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่ช่วงดอทคอม (dot com) เฟื้องฟูอยู่ และกลับมาสร้างกระแสอีกในช่วงปี ค.ศ. 2004 โดย Woot.com ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ ที่นำเสนอสินค้าลดราคาเพียงชิ้นเดียวต่อวัน โดยมักจะเป็น คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์ หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไฮเทคต่างๆ เรียกได้ว่าเว็บไซต์นี้เป็นผู้บุกเบิกโมเดลธุรกิจ deal-of-the-day บนโลกอินเทอร์เน็ต ก็ว่าได้
แล้วในที่สุดเว็บไซต์นี้ก็ถูกเจ้าพ่อวงการค้าปลีกบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง Amazon.com ซื้อไป อย่างไรก็ตามแม้ว่าชื่อของโมเดลธุรกิจนี้จะระบุว่าเป็นวัน และ เริ่มจากสินค้าเพียงชนิดเดียว แต่ในปัจจุบันได้ขยายปรับเปลี่ยนไปอาทิเช่น ช่วงเวลาที่ยาวขึ้นเป็นสัปดาห์ เน้นลดราคาเพื่อจูงใจ จัดส่งสินค้าฟรีหรือในอัตราค่าจัดส่งที่ถูกมากๆ
บริการของ Groupon ถูกกล่าวถึงค่อนข้างมาก เรียกได้ว่าเป็นธุรกิจออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จด้วยโมเดลธุรกิจแบบ deal-of-the-day เริ่มเปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 2008 ที่ ชิคาโก (Chicago) และขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุม อเมริกาเหนือ ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งเป็นจุดเด่นของธุรกิจบนโลกออนไลน์อยู่แล้ว ปัจจุบันมีการให้บริการทั้งในอเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย และอเมริกาใต้
เพียงสองปีบริษัทมีรายได้มากถึง 500 ล้านเหรียญ และ ได้รับการประเมินว่ามีมูลค่าสูงถึง 1.35 พันล้านเหรียญฯ และคาดกันว่าจะเป็นบริษัทที่มียอดขายแตะ พันล้านเหรียญฯ ได้เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากสร้างรายได้จากบริการที่สร้างขึ้นมากับมือแล้ว ทาง Groupon ยังขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านการเข้าซื้อกิจการบริษัทที่ให้บริการในลักษณะเดียวกัน ทั้งในยุโรป อเมริกาใต้ ญี่ปุ่น และ รัสเซีย โดยหลังจากเข้าซื้อบริการแล้ว ก็จะเปลี่ยนแบรนด์มาเป็น Groupon ทั้งหมด บริษัทนี้ยังมีสายตายาวไกล โดยเข้าซื้อกิจการบริษัทที่ทำธุรกิจโมบายล์อย่าง Mob.ly อีกด้วย
ธุรกิจของ Groupon ใช้หลักการหนึ่งของ ทฤษฎีเกม (Game theory) ที่รู้จักกันว่า Assurance contract เมื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการหนึ่งๆ จะต้องมีผู้สนใจซื้อมากกว่าหรือเท่ากับจำนวนที่ระบุไว้ ทุกคนที่ตกลงใจซื้อจึงจะได้รับดีลพิเศษนี้ แต่ถ้าจำนวนผู้สนใจไม่ถึงจำนวนที่กำหนดภายในเวลาที่จำกัด ทุกคนก็จะหมดสิทธิได้รับข้อเสนอพิเศษนั้นไป อย่างไรก็ตามเท่าที่สำรวจดูในเบื้องต้นพบว่า หลักการนี้ไม่ได้ถูกนำไปใช้ในทุกประเทศ บางประเทศที่นำเอาแนวคิดนี้ไปใช้ก็ต้องปรับให้เข้ากับวัฒนธรรม และพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศนั้นๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทราบกันดีว่า ไม่มีกฎตายตัวในโลกของธุรกิจ
การดำเนินธุรกิจของ Groupon มีแบบแผนที่น่าสนใจคือ จะทำตลาดในพื้นที่เฉพาะเจาะจง โดยจะส่งทีมงานไปสำรวจพื้นที่จริงก่อน เมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจก็เริ่มหารือกับพันธมิตรที่ต้องการร่วมโปรโมชั่นด้วย เป็นการผสมประสานระหว่าง เครื่องมือบนโลกออนไลน์ กับบุคลากรที่มีเข้าใจตลาดเป็นอย่างดี
นอกจากบริษัทจะมีผลประกอบการที่น่าสนใจ จนสามารถหาแหล่งเงินทุนเข้าองค์กรได้กว่าพันล้านเหรียญฯ และยังประกาศว่ากำลังตระเตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่าจะเป็นบริษัทที่เพิ่งเกิดมาได้เพียงสองปีเท่านั้น การเข้าตลาดอาจจะถูกมองว่าเร็วเกินไปหรือไม่ แต่อีกมุมหนึ่งตามคำไทยๆ ที่ว่า น้ำขึ้นให้รีบตัก นั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าความประสงค์ที่จะเข้าตลาดของ Groupon น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากบริษัทเป็นผู้นำในธุรกิจ Daily deal บนโลกออนไลน์ ในขณะนี้
แม้ว่าในช่วงนี้ นักลงทุน จะให้ความสนใจกับความสำเร็จของเว็บไซต์ ขายคูปองลดราคาสินค้า ด้วยโมเดลธุรกิจที่แปลกใหม่ อย่าง Groupon แต่ก็ยังคงมีความกังวลว่า จะมีประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกหรือไม่ จะเป็นการกลับมาอีกครั้งของสภาวะฟองสบู่แตกบนโลกอินเทอร์เน็ต อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน สมัย dot com หรือไม่
| < Prev | Next > |
|---|